April 14, 2021

“พิธา” สวน “ประยุทธ์” หัดโทษตัวเองบ้าง คุณต่างหากไม่พร้อม

มื่อวันที่ 6 เมษายน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แสดงความเห็นเกี่ยวกับการบริหารจัดการสถานการณ์โควิดในประเทศ ระบุว่า ประยุทธ์หยุดโทษคนอื่นเสียที ประชาชนรู้ทันรัฐบริหารโควิดล้มเหลว ทุกคนพร้อมเดินหน้านานแล้ว ถามใครกันแน่ที่ไม่พร้อม

ตั้งแต่วันแรกที่เกิดโควิดจนถึงวันนี้ เป็นที่ประจักษ์ชัดว่ารัฐบาลเย็นชาต่อความเป็นอยู่ของประชาชนและเศรษฐกิจของชาติมากเพียงใด ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ออกมาชี้หน้าโทษประชาชน โดยพูดว่า “โควิดที่ไม่จบเพราะยังขาดจิตสำนึก… หลายคนก็โทษรัฐบาล โทษเจ้าหน้าที่อยู่นั่นแหละ ประเทศเลยเดินไปไม่ได้ เดินไปได้ช้า”

คำพูดเหล่านี้ของนายกรัฐมนตรีแสดงถึงความไร้วุฒิภาวะ ขาดสติ ไม่เข้าใจปัญหาที่แท้จริง คุณประยุทธ์ควรทบทวนตัวเองและหัดโทษตัวเองให้เป็นบ้างในฐานะผู้บริหารสูงสุดของประเทศ ทั้งที่ในความจริงแล้วทุกคนพร้อมจะเดินไปข้างหน้านานแล้ว คุณประยุทธ์ต่างหากที่ไม่พร้อมเอง

ประชาชนรู้ว่ารัฐบาลบริหารสถานการณ์โควิดและวัคซีนได้ผิดพลาดและล้มเหลว จากการที่ผมได้ไปทำงานลงพื้นที่ในระหว่างปิดสมัยประชุมสภามาตลอดนั้น ประชาชน พ่อค้าแม่ขาย พูดกับผมน้ำตานองหน้าว่าไม่เหลืออะไรแล้วในชีวิต เมื่อคุณประยุทธ์รู้ว่ากำลังอดตาย ท่านรู้สึกอะไรบ้างไหม

ผู้ประกอบการร้านค้าอยู่ด้วยความกังวลทุกวัน ตื่นมาแล้วคิดว่าพรุ่งนี้จะโดนสั่งปิดสั่งห้ามอะไรอีกหลายอย่างใช่ไหม เช่น ธุรกิจร้านอาหารไม่ใช่สวิตช์ไฟที่จะเปิดๆ ปิดๆ ได้ง่าย แต่พวกเขามีการเตรียมตัว มีต้นทุนหลายอย่างที่ต้องเสียไป รวมถึงการจ้างงานพนักงานในร้านด้วย พนักงานเหล่านี้จะต้องทำอย่างไรกับชีวิตต่อ รวมถึงในภาคการท่องเที่ยวที่ซบเซามาเกินหนึ่งปี จะต้องรอไปอีกนานแค่ไหน พวกเขาบอกว่ายังมองไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์เลย

จนถึงตอนนี้รัฐบาลควรต้องรู้ว่าโควิดจะอยู่กับพวกเราไปอีกซักพัก โดยเฉพาะถ้าอัตราการฉีดวัคซีนช้าขนาดนี้ ดังนั้น การมีตัวเลขผู้ติดเชื้อบ้างในแต่ละวันนั้นไม่ใช่จุดวิกฤต ไม่ใช่ต้องรีบสั่งปิดกิจการปิดพื้นที่ อย่ามัวแต่แก้ปัญหาที่ปลายเหตุแบบนี้ซ้ำวนลูปเดิมไปเรื่อยๆ

เพราะคนเราต้องมีชีวิต ต้องทำงาน ต้องให้เศรษฐกิจมันเดินหน้าต่อไปได้ ทุกคนรู้และตระหนักดีว่าวัคซีนเป็นคำตอบว่าจะได้กลับมาลืมตาอ้าปากเมื่อไร ดังนั้น เราต้องบริหารวัคซีนให้ทันการณ์

ผมและพรรคก้าวไกลเข้าใจว่าการฉีดวัคซีนในระยะเริ่มต้นอาจจะมีความล่าช้าอยู่บ้าง แต่ถึงวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์และกระทรวงสาธารณสุขต้องยอมรับว่า ถ้าประเมินอัตราการฉีดวัคซีน ณ ปัจจุบัน การฉีดวัคซีนยังล่าช้ากว่าที่ควรจะเป็น โดยเฉพาะถ้าเทียบกับสต๊อกวัคซีนที่มีอยู่ในประเทศตอนนี้

รวมถึงเมื่อเทียบกับสิ่งที่ทางรัฐบาลออกมาพูดชวนเชื่อเมื่อก่อนหน้านี้ด้วย เหล่านี้เป็นสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์และกระทรวงสาธารณสุขต้องรีบนำไปปรับปรุงอย่างเร่งด่วน

เหนือสิ่งอื่นใด ผมและพรรคก้าวไกลเชื่อมั่นอยู่เสมอว่าประเทศไทยมีเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการและบุคลากรการแพทย์ที่มีความสามารถอยู่จำนวนมาก พวกเราเป็นกำลังใจให้พวกท่านมาเสมอ แต่โชคร้ายที่คนที่นั่งเก้าอี้บริหารนั้นไม่มีวิสัยทัศน์มากพอ จึงทำให้เกิดการทำงานอย่างไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ส่งผลกระทบในวงกว้าง

ตอนนี้ทุกสายตา ทุกหัวใจในประเทศกำลังร่วมกันจับตาดูว่าภายในครึ่งแรกของปีนี้ คนไทยจะสามารถฉีดวัคซีนถึงจำนวนที่ท่านประยุทธ์และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้สัญญาเอาไว้ไหม

เพราะจนถึงตอนนี้ทุกชีวิตตระหนักดีว่าวัคซีนไม่ใช่แค่การป้องกันโรค แต่วัคซีนนั้นคือกุญแจที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาปากท้อง ฟื้นฟูเศรษฐกิจ หากฉีดวัคซีนล่าช้า 1 เดือน ประชาชนเสียหายบอบช้ำ เป็นมูลค่าสูงถึง 2.5 แสนล้านบาท ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตามการฉีดวัคซีนจะล่าช้าไม่ได้