July 7, 2020

“ปธ.รัฐสภา” ชี้ ธุรกิจการเมือง บ่อนทำลาย ระบอบประชาธิปไตย ห่วงประเทศชาติล่มสลาย

ในระหว่างการกล่าวให้โอวาทกับข้าราชการรัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา

ระบุว่า เห็นความเปลี่ยนแปลงทั้งด้านดีและด้านลบในระบอบประชาธิปไตยและระบอบรัฐสภาไทย ซึ่งถือว่าไม่ราบรื่นนัก แต่ก็ได้เห็นความตื่นตัวของประชาชนเรื่องประชาธิปไตยชัดเจนขึ้นในทุกลำดับ และเป็นไปตามสถานการณ์ และการแสดงออก

ส่วนปัญหาเรื่องการทุจริต ทั้งจากข้าราชการและนักการเมืองนั้น จะเห็นว่าแม้บุคคลนั้นๆจะจบการศึกษาสูงๆ และมีกฎหมายที่ดีคอยควบคุม แต่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เพราะปัญหาอยู่ที่ภาคปฏิบัติ คือพฤติกรรมของตัวบุคคล

ซึ่งในปัจจุบันพบว่า มีธุรกิจการเมืองเกิดขึ้น มีการซื้อเสียงที่หวังเข้ามาหาทุนคืน ไม่เป็นประชาธิปไตย ซึ่งใครมีเงิน ก็ชนะการเลือกตั้ง ดังนั้น จะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้ จึงได้ของบประมาณ 20 ล้านบาท 

เพื่อให้สถาบันพระปกเกล้า เขียนหลักสูตรสร้างการเมืองที่สุจริต เพื่อเป็นบรรทัดฐานให้ทุกส่วนได้ศึกษาและเป็นภูมิต้านทานป้องกันปัญหาธุรกิจการเมือง แม้จะทำได้ยากจริงในยุคนี้ แต่ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย

สำหรับการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ แม้จะเป็นสถานที่ขนาดใหญ่ แต่สภาพของสถานที่ไม่สามารถวัดความสำเร็จและคุณภาพของงานได้ ถ้าพฤติกรรมของคนมีปัญหา

จึงขอให้ข้าราชการยึดถือในความถูกต้องเป็นหลัก และอย่าให้มีปัญหาฟ้องร้องเกิดขึ้น เพราะนักการเมืองเข้ามาในสภาเพียงแค่ชั่วคราว แต่ข้าราชการต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่ตลอดไป

ประธานรัฐสภา ระบุว่าได้กำชับกับทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรว่า อย่าให้มีการต่อสัญญาการก่อสร้างออกไปอีก และให้เร่งแก้ปัญหาที่ติดค้างอยู่ในปัจจุบันให้เสร็จ

โดยในส่วนของปัญหาเรื่องการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณอาคารรัฐสภานั้น จะเร่งหารือเจรจากับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก่อนที่ปัญหาจะบานปลาย เนื่องจากแบบของสะพานดังกล่าวนี้

บดบังทัศนียภาพของอาคารรัฐสภา และจะไม่เป็นตามเจตนารมณ์ของผู้ออกแบบ โดยในการหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะขอให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

และคณะกรรมาธิการกิจการสภาได้พูดคุยด้วนเขต เพื่อหาข้อยุติในเรื่องนี้ให้ได้โดยเร็วที่สุด