August 10, 2020

หมอวรงค์ ปูดหนัก จับตาแผนการ 5 ขั้น กล่าวหา เมียปิยบุตร ปั่นม็อบนศ. ใช้ฮ่องกงโมเดล หวั่นเกิดสงครามกลางเมือง

เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) จัดกิจกรรม Next รปช. ครั้งที่ 3 ในหัวข้อ”กฏหมู่ หรือ กฏหมาย”พร้อมกล่าวถึงสถานการณ์การเมือง และการจัดแฟลชม็อบในช่วงนี้ว่า เข้าใจว่าเป็นแผนการที่ต้องเดิน ซึ่งตนเคยพูดหลายครั้งถึงฮ่องกงโมเดล ซึ่งทำการเคลื่อนไหว 5 ขั้นตอน ได้แก่ 1.การปลุกระดมประชาชนโดยพุ่งเป้าไปที่นักศึกษา 2.การมีเงื่อนไขคำตัดสินศาล 3.นำมาสู่การจัดแฟลชม็อบที่น่าเป็นห่วง 4. เมื่อมีการชุมนุมมีม็อบเกิดขึ้นห่วงความรุนแรง และ 5.เมื่อมีม็อบเกิดขึ้นแล้วก็ห่วงว่าจะเกิดความรุนแรง เพราะฮ่องกงโมเดลสุดท้ายนำไปสู่รุนแรงสงครามกลางเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้นพ.วรงค์ ได้โพสต์ถึงแผนการบันได 5 ขั้นฮ่องกงโมเดลว่า ฮ่องกงโมเดลคือแผนปฏิบัติการณ์ที่นักการเมืองไทย ภายใต้การสนับสนุนของทุนต่างชาติ ร่วมมือกันปลุกระดม หวังเอาความบริสุทธิ์ของเยาวชนเป็นเครื่องมือเพื่อแย่งชิงอำนาจ เปลี่ยนแปลงประเทศตามที่ตนเองต้องการ เป็นการสมประโยชน์ร่วมกันทั้งนักการเมือง และต่างชาติ

แผนของฮ่องกงโมเดล มักจะจบลงด้วยความรุนแรง เลือดเนื้อที่บริสุทธิ์ของเยวชน โดยมีทีมบริหารแผน และถ้ามีความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ก็จะใช้สื่อกระพือว่าเป็นความรุนแรงจากทางรัฐบาล

“คนพวกนี้ผิดแล้วไม่ยอมรับผิด และบิดเบือน ไม่เคารพคำตัดสินนของศาล ผมขอเรียกว่าคนชังชาติ และนำไปสู่การปลุกระดมนักศึกษา และคนกลุ่มพวกนี้ต้องการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่วันนี้ปล่อยให้เขากระทำไปก่อน แต่เชื่อว่าต่อจากนี้สังคมจะตื่นตัว และไม่ยอมให้นักการเมืองหัวฝรั่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศ ส่วนวิธีการที่เขาจะใช้คือ ฮ่องกงโมเดล” นพ.วรงค์ กล่าว

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย ขยายความถึงแผนของฮ่องกงโมเดล 5 ขั้นตอนคือ 1.ปลุกระดม ล้างสมอง เยาวชน 2.ไม่ยอมรับคำตัดสินของศาลกรณียุบพรรค 3. กระตุ้นกระแสแฟลซม็อบ และขยายพื้นที่ลงถนน ชุมนุมใหญ่ 4.สร้างความรุนแรงในการชุมนุมใหญ่ เพื่อป้ายสีรัฐบาลเพราะต้องการให้เห็นว่ารัฐบาลเป็นฝ่ายกระทำ และ 5.เรียกร้องให้ต่างชาติเข้ามาแทรกแซงประเทศ และเมื่อถึงขั้นตอนสุดท้าย เชื่อว่าประเทศจะเกิดกลียุค โดยสถานการณ์ประเทศขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนที่ 3

“ผมเชื่อว่าเยาวชนจะรับฟังความจริง และตัดสินใจได้ โดยรัฐบาลไม่ควรนำตำรวจ หรือ ทหารเข้าไปวุ่นวายในการชุมนุม และควรใช้ความจริงต่อสู้ ผมยังเชื่อว่าเยาวชนมีเหตุมีผล แต่ปัจจุบันประเทศไทยถูกแทรกแซง โดยองค์กรที่ลงท้ายว่าประชาธิปไตยและมีคนต่างชาติเข้าแทรกแซงโดยเฉพาะภรรยาของอาจารย์ปิยบุตร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย กล่าว

นพ.วรงค์ กล่าวด้วยว่า กังวลต่อความเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ​ ที่เชื่อว่ารอดูท่าทีทางการเมือง ซึ่งมีผู้วิเคราะห์ให้ตนฟังว่านายทักษิณรอดูท่าทีของกลุ่มกลุ่มฮ่องเต้ซินโดรม ที่มีความเป็นตัวของตนเองสูง หากได้รับประโยชน์จะเข้าร่วมสนับสนุน เป็น 3 ประสาน คือ คนแดนไกล กลุ่มฮ่องเต้ซินโดรมและ องค์กรนอกชาติ ภายใต้หน้ากากประชาธิปไตย ซึ่งอาจนำไปสู่ความรุนแรง และสงครามกลางเมือง เหมือนเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง ปี 2553 ที่มีชายชุดดำและการเสียชีวิตของประชาชน อย่างไรก็ตามสถานการณ์ในประเทศคือการชิงอำนาจ เพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครอง ไม่ใช่ปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ